bookmark_borderวัฒนธรรมการแต่งงาน ของคนไทย ในปัจจุบัน

วัฒนธรรมการแต่งงาน ของคนไทย ในปัจจุบันเป็นประเพณีที่บ่งบอกว่าผู้ที่แต่งงานนั้นมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น รับผิดชอบครอบครัวและหน้าที่มากขึ้น และชีวิตอีกหลายคนที่เพิ่มขึ้นนอกจากชีวิตของตัวเราเอง เป็นการแสดงความสามารถ ตามบทบาทของตนในฐานะหัวหน้าของครอบครัว

วัฒนธรรมการแต่งงาน ของคนไทย ในปัจจุบัน

วัฒนธรรมการแต่งงาน ของคนไทย ในปัจจุบัน

นิยามความหมายของการแต่งงาน หมายถึง การที่ฝ่ายชายและหญิง มีความรักใคร่ต่อกันจนสุกงอม มีความเข้าใจกันและเห็นใจกัน พร้อมจะดำเนินชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัวอย่างสามีและภรรยาจึงจำเป็นต้องแต่งงานกัน หรืออาจจะบอกได้ว่า การแต่งงานเป็นการบำบัดความต้องการทางเพศของมนุษย์ก็ได้ แต่ให้เป็นไปตามประเพณีสังคม มีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายยอมรับและสังคมต้องรับรู้ด้วยเช่นกัน

การแต่งงานมีกฎเกณฑ์ดังนี้

1. การแต่งงาน จะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุครบ 17 ปี บริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการแต่งงานก่อนนั้นได้ (ป.พ.พ.ม. 1448)
2. การแต่งงาน จะกระทำมิได้ถ้าชายหรือหญิงเป็นบุคคลวิกลจริต หรือเป็นบุคคล ซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ (ม.1449)
3. ชายหญิงซึ่งเป็นญาติสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาก็ดี เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาก็ดีจะแต่งงานกันไม่ได้ โดยให้ถือความเป็นญาติตามสายโลหิต ไม่คำนึงว่าจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
4. ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะแต่งกันกันไม่ได้ (ม. 1451)
5. ชายหรือหญิงจะทำการแต่งงานในขณะที่ตนมีคู่แต่งงานอยู่ไม่ได้ (ม. 1452)
6. หญิงที่สามีตายหรือที่การแต่งงานสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะทำการแต่งงานใหม่ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการแต่งงานได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน หรือคลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น หรือแต่งงานกับคู่คนเดิม หรือได้มีใบรับรองของแพทย์ประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรระบุไว้ว่าไม่มีครรภ์ตลอดจนมีคำสั่งของศาลให้ทำการแต่งงานได้
7. เงื่อนไขเกี่ยวกับความยินยอมของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง (ตาม ม. 1436) มาตรา 1455 การให้ความยินยอมให้ทำการแต่งงานกระทำได้ แต่จะต้องมีการลงลายมือชื่อในทะเบียนขณะจดทะเบียนสมรส และผู้ปกครองจะต้องทำเป็นหนังสือแสดงความยินยอม โดยระบุชื่อผู้แต่งงานและผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายและลงลายมือชื่อของผู้ให้ความยินยอมด้วย สุดท้ายถ้าหากมีเหตุที่จำเป็น จะให้ความยินยอมด้วยวาจาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนก็ได้ ความยินยอมนั้นเมื่อเซ็นให้แล้วถอนไม่ได้
8. การแต่งงานตามประมวลกฎหมายนี้ จะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนแต่งงานแล้วเท่านั้น
9. สามีหรือกริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันจะเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่ง และโรคมีลักษณะเรื้อรัง ไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นก็ฟ้องหย่าได้

การแต่งงานมีกฎเกณฑ์ดังนี้

การสิ้นสุดการแต่งงาน

การแต่งงานจะสิ้นสุดลงเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตายหรือมีการหย่าเกิดขึ้น โดยอาศัยกรณีที่จะเป็นข้ออ้างในการหย่าร้างได้ มีดังนี้

1. สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือภริยามีชู้ อีกฝ่ายหนึ่งสามารถฟ้องหย่าได้
2. สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความอับอายขายหน้าอย่างแรง หรือได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งสามารถฟ้องหย่าได้
3. สามีหรือภริยาทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจหรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนั้นถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งก็สามารถฟ้องหย่าได้
4.. สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นก็ฟ้องหย่าได้
5. สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ อีกฝ่ายหนึ่งก็ฟ้องหย่าได้

โรคกระดูกสันหลังคด วิธีสังเกตอาการกระดูกสันหลังคด โรคกระดูกสันหลังคดเป็นภาวะที่พบได้บ่อย ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการกระดูสันหลังคดส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัว เนื่องจากอาการกระดูกสันหลังคดนี้เริ่มแรกมักไม่มีอาการบ่งบอกที่ชัดเจน

เรื่องน่าสนใจ รวมอาหาร ที่ให้ประโยชน์ดีต่อสมอง  เพราะสมองเราทำงานหนัก ทุกวัน เราจึงต้องบำรุงรักษาสมองของเราให้ว่องไว ฉลาดปราดเปรื่องไปนานๆ ใครที่เริ่มหลงๆ ลืมๆ ทั้งๆ ที่ยังหนุ่มยังสาว ต้องรีบดูแลสมองของคุณโดยด่วน